บทความ - ภาษีเงินปันผล เราขอคืนได้


ภาษีเงินปันผล เราขอคืนได้
Share :

ภาษีเงินปันผล เราขอคืนได้



นี่เป็นยุคที่มนุษย์เราทุกคนต้องเผชิญกับวิกฤติเศรษฐกิจและพิษเชื้อไวรัสเข้าถาโถมอย่างน่าเป็นห่วง ถึงแม้จะดีร้ายแค่ไหน เราทุกคนยังต้องเสียภาษี แต่คุณรู้หรือไม่ ภาษีเงินปันผล เราสามารถขอคืนได้นะ

 

     ช่วงนี้ ในสภาวะที่อัตราดอกเบี้ยอยู่ในระดับต่ำ การลงทุนในหุ้นที่จดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ ก็อาจเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุนไม่น้อย การลงทุนในหุ้น นั่นก็คือ การลงทุนในกิจการ โดยที่ผู้ถือหุ้นจะมีฐานะเป็น เจ้าของกิจการ ทำให้มีส่วนได้เสีย หรือมีสิทธิ์ในทรัพย์สิน และรายได้ตรงนั้นของกิจการ และมีโอกาสที่จะได้รับผลตอบแทนในรูปของ เงินปันผล ( Dividend ) อย่างไรก็ตาม ไม่ได้มีข้อผูกมัด หรือข้อผูกพันว่า กิจการที่เราลงทุนนั้น จะจ่ายเงินปันผลเสมอไป ทั้งนี้ การตัดสินใจว่าจะจ่ายเงินปันผลหรือไม่ ขึ้นอยู่กับผลกำไร และนโยบายการจ่ายเงินปันผลของกิจการนั้นๆ นั่นเอง

 

     ข้อควรรู้ในกรณีที่เราลงทุนในกิจการ ( ลงทุนในหุ้น ) และได้รับเงินปันผล คือ เราสามารถขอเครดิตภาษีเงินปันผลได้ หรืออีกนัยหนึ่งก็คือ เราสามารถขอภาษีเงินปันผลคืนได้ แล้วเราจะขอคืนได้อย่างไรล่ะ

 

     เครดิตภาษีเงินปันผล เป็นสิทธิประโยชน์ของผู้ถือหุ้นที่สามารถขอคืนภาษีจากกรมสรรพากรตามมาตรา 47 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร ทั้งนี้เพื่อขจัดความซ้ำซ้อนในการจัดเก็บภาษีเงินได้ และให้เกิดความเป็นธรรมต่อผู้เสียภาษี กล่าวคือ เมื่อผู้ถือหุ้นลงทุนในบริษัทจำกัด ( ทั้งในและนอกตลาดหลักทรัพย์ ) และได้รับเงินปันผล เงินปันผลที่ได้จะถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายไว้ 10%

 

     โดยมากบริษัท จะจ่ายเงินปันผลจากกำไรสุทธิ หรือกำไรสะสมของกิจการ นั่นหมายความว่า บริษัทต้องจ่ายภาษีเงินได้นิติบุคคลก่อน ส่วนที่เหลือจะเป็นกำไรสุทธิหลังหักภาษีแล้ว จึงมาจ่ายเป็นเงินปันผล ส่งผลให้กำไรสุทธิของบริษัทต้องจ่ายภาษีถึง 2 ครั้ง ( Double Tax ) โดยครั้งแรก คือ ภาษีเงินได้นิติบุคคล และครั้งที่ 2 คือ ภาษีหัก ณ ที่จ่ายของเงินปันผล หรือหากจะนำมารวมเป็นรายได้ของบุคคลธรรมดาตามมาตรา 40 ( 4 ) ก็ต้องมาเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาอีก ถือเป็นการเสียภาษีซ้ำซ้อน และไม่เกิดความเป็นธรรมต่อผู้เสียภาษี ดังนั้นนักลงทุนจึงสามารถขอเครดิตภาษีเงินปันผลคืนได้

 

     แต่เนื่องจากบริษัท แต่ละบริษัท เสียภาษีเงินได้นิติบุคคลในอัตราที่ไม่เท่ากัน ดังนั้นปัจจัยที่ผู้ลงทุนจะใช้พิจารณาว่า เงินปันผลที่ได้รับนั้น สามารถนํามาเครดิตภาษีได้หรือไม่ก็คือ ให้เปรียบเทียบอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาของผู้ลงทุน เทียบกับอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลของบริษัทที่เราลงทุน โดยสามารถดูข้อมูลอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลได้จากหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายของเงินปันผลที่ทางศูนย์รับฝากหลักทรัพย์จัดส่งให้

 

     อย่างไรก็ตาม หากต้องการความถูกต้อง ให้ลองคำนวณดูทั้ง 2 แบบ คือ ทั้งรวมและไม่รวมเงินปันผล แล้วพิจารณาภาระภาษีที่เกิดขึ้น วิธีไหนที่ทำให้เราสามารถประหยัดภาษีได้มากกว่า แล้วเราก็เลือกแบบนั้น เพียงเท่านี้ ท่านก็จะได้รับผลประโยชน์ที่ถูกมองข้ามกลับคืนมา ไม่มากก็น้อยเลยทีเดียว

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก scb

 

อ่านบทความอื่นเพิ่มเติม

- ร้านค้าออนไลน์ ต้องเสียภาษีอะไรบ้าง

- เรื่องภาษีน่ารู้ ของคนทำธุรกิจ E-Commerce

Created : 05-05-2020


บทความที่น่าสนใจ

ใช้เงินอย่างฉลาด ในช่วงวิกฤตโควิด

ทำไมเราต้องเสีย ภาษี