บทความ - วางแผนการเงินอย่างไรให้ยั่งยืนในอนาคต


วางแผนการเงินอย่างไรให้ยั่งยืนในอนาคต
Share :

วางแผนการเงินอย่างไรให้ยั่งยืนในอนาคต



     วิธีการในการวางแผนการเงินนั้นมีอยู่มากมาย หลายคนอาจเข้าใจว่าเป็นเรื่องของการควบคุมการใช้จ่าย การเก็บออมเพียงเท่านั้น ซึ่งจริงๆ แล้ว เรื่องเหล่านั้นเป็นส่วนสำคัญเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น หากจะวางแผนการเงินให้มีประสิทธิภาพ ก็ต้องเข้าใจและให้ความสำคัญกับมันให้ถูกต้อง

 

เข้าใจหลักการวางแผนการเงินที่ถูกต้อง

     เราจะใช้ แผนภาพปิรามิดการเงิน (Financial Planning Pyramid) ที่ช่วยให้เราเห็นความสำคัญและลำดับขั้นตอนในการวางแผนการเงินอย่างง่ายๆ แต่ครอบคลุมและใช้ได้จริง ซึ่งหมายความว่า เราต้องสร้างฐานให้แน่น ให้มั่นคงเสียก่อน จากนั้นจึงค่อยต่อยอดขึ้นไปสู่เป้าหมาย

 

บริหารจัดการรายรับและรายจ่าย (Revenue - Expense Management) เรื่องนี้เป็นเรื่องพื้นฐานที่สุดสำหรับการวางแผนทางการเงิน เพราะหมายถึง การรู้จักสถานะทางการเงินของตัวเองดี และการจัดการรายรับและการใช้จ่ายของตัวเองถือเป็นการเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับโอกาสและความท้าทายในอนาคต

 

บริหารความเสี่ยง (Risk Management) ถือเป็นการเตรียมตัวเช่นเดียวกับการบริหารการเงิน เพียงแต่เป็นการเตรียมตัวในระดับที่สูงกว่า นั่นคือ การลดความเสี่ยงและอุปสรรคที่อาจเกิดขึ้นระหว่างทางไปสู่ชีวิตและเป้าหมายที่ต้องการ ซึ่งสิ่งที่ต้องทำเพื่อป้องกันความเสี่ยง เช่น การเก็บเงินสำรองเผื่อฉุกเฉิน การทำประกันภัย ประกันสุขภาพ และประกันชีวิต รวมถึงการเก็บเงินเกษียณ เป็นต้น

 

เก็บออมและลงทุน (Saving and Investment) เมื่อเตรียมการเงินของตัวเองพร้อมและลดโอกาสที่จะเกิดความเสี่ยงต่างๆ แล้ว เราก็พร้อมที่จะทำตามเป้าหมายทั้งระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว เช่น เก็บออมซื้อบ้าน เก็บออมท่องเที่ยว เก็บออมเพื่อสร้างครอบครัว หรือลงทุนเพื่อสร้างผลกำไรด้วยหลากหลายวิธีการด้วยพร้อมรับความเสี่ยง เพราะได้เตรียมตัวจนมีสุขภาพการเงินที่แข็งแรง

ส่งต่อความมั่งคั่งและมรดก (Wealth Distribution) หลังจากที่สร้างความมั่นคงและมั่งคั่งในชีวิต รวมทั้ง บรรลุเป้าหมายได้อย่างที่ตั้งใจแล้ว อีกเรื่องที่ต้องวางแผนคือการบริจาค การช่วยเหลือผู้อื่น เพราะสำหรับบางคน อาจใช้จ่ายด้วยการบริจาคมากจนเกินสมดุล

 

ขั้นตอนการวางแผนการเงินที่ได้ผลจริง

1) ติดตามการใช้จ่ายและทำงบดุล

     จากปิระมิดการเงิน คงเห็นแล้วว่าการบริหารจัดการรายรับ-รายจ่ายเป็นเรื่องสำคัญ และเป็นเรื่องพื้นฐานที่ต้องทำเพื่อเตรียมตัวพร้อมสำหรับการเดินตามเป้าหมาย ซึ่งในสมัยนี้ มีแอปพลิเคชั่นการเงินมากมายให้เลือกใช้ที่ง่าย สะดวก บันทึกได้ทุกที่ทุกเวลาบนโทรศัพท์มือถือ นอกจากนี้ อีกสิ่งที่ช่วยให้เรารู้สถานะทางการเงินของเราได้อย่างละเอียด ก็คือ การทำงบดุลส่วนบุคคล

 

      สิ่งที่คุณต้องทำต่อไปได้เพื่อบริหารจัดการรายรับและรายจ่าย (Revenue - Expense Management) คือ การลดรายจ่ายส่วนที่ไม่จำเป็นเพื่อปะ “รูรั่ว” ของกระเป๋าสตางค์ หรือการบริหารสินทรัพย์และหนี้สินให้สมดุล และปรับสมดุลสินทรัพย์ประเภทต่างๆ ให้เหมาะกับจังหวะชีวิต

 

2) แปลงเป้าหมายชีวิตเป็นเป้าหมายการเงิน

     การตั้งเป้าหมายทางการเงินนั้น ถอดหลักการมาจากปิรามิดขั้นที่ 2 และ 3 คือ การจัดการความเสี่ยง และการออมและการลงทุน ซึ่งเราควรตั้งเป้าหมายเป็น 2 ประเภท ได้แก่ เป้าหมายเพื่อชีวิตที่มั่นคง และเป้าหมายเพื่อสนองความปรารถนา ทั้งนี้ หลักการในการตั้งเป้าหมายทางการเงินที่ดีควรตั้งให้แบบระบุจำนวนหรือสามารถเห็นความคืบหน้าได้

 

1. เป้าหมายเพื่อชีวิตที่มั่นคง

     เป้าหมายกลุ่มนี้ เป็นเป้าหมายที่ทุกคนควรจะมีเพื่อความมั่นคงและป้องกันความเสี่ยงในชีวิต ซึ่งจะช่วยให้เรามีชีวิตที่เป็นสุข และพร้อมสำหรับการตั้งเป้าหมายอื่นๆ ต่อไป

 

2. เป้าหมายเพื่อสนองความปรารถนา

     ให้เอาสิ่งที่อยากได้ ความฝันที่อยากบรรลุ มาตั้งเป้าหมายการเงิน โดยระบุสิ่งที่อยากทำ จำนวนเงินที่ต้องใช้ และกำหนดกรอบเวลา อาจเป็นระยะเวลาที่ต้องสำเร็จหรือจำนวนเงินที่ต้องใช้/เก็บในแต่ละเดือนเพื่อเป้าหมาย

 

3) หาเครื่องมือบรรลุเป้าหมาย

     จากเป้าหมายในชีวิตที่อยากบรรลุและแปลงเป็นเป้าหมายทางการเงิน ในขั้นตอนนี้ เราจะมาหาวิธีทำให้เป้าหมายเป็นจริงกันด้วยเครื่องมือต่างๆ นั่นคือ ผลิตภัณฑ์ทางการเงินประเภทต่างๆ ที่เหมาะสมกับเป้าหมายการเงิน

 

4) จัดทำแผนที่และออกเดินทาง

     การจะไปให้ถึงจุดหมายที่เป็นสถานที่เราสามารถขับรถเดินทางตามผู้อื่นไปยังสถานที่นั้นได้ แต่สำหรับเป้าหมายทางการเงิน เราไม่สามารถลอกเลียนเส้นทางไปสู่เป้าหมายการเงินของใครได้ เพราะแต่ละคนย่อมมีสถานะทางการเงินและความพร้อมไม่เท่ากัน หากเดินตามผู้อื่น เราอาจ “ล่ม” กลางทางได้

 

5) ติดตามความคืบหน้าและปรับแผนตามความเหมาะสม

     หลังจากที่เราวางแผนและออกเดินทาง ลงมือทำตามแผนแล้ว สิ่งที่จะลืมไม่ได้เลย คือ การติดตามความคืบหน้าว่าตอนนี้เรามาอยู่จุดใดของแผนที่แล้ว เราเข้าใกล้เป้าหมายที่วางไว้แล้วหรือยัง ซึ่งการติดตามความคืบหน้าควรแบ่งการติดตามออกเป็นแต่ละเดือนว่าสามารถทำตามงบประมาณที่ตั้งไว้ได้มากน้อยแค่ไหน และติดตามทุกครึ่งปี และรายปี เพื่อให้เราไม่หยุดหรือหลุดออกจากแผนที่วางไว้

 

     หลักการวางแผนการเงินแบบปิรามิดช่วยให้เราเข้าใจลำดับความสำคัญของการวางแผนการเงินว่าสิ่งใดที่เราควรทำก่อนทำหลัง เพื่อให้แผนการเงินของเรารัดกุม ปลอดภัย และได้ผลจริงทั้งแผนระยะสั้นและเป้าหมายในอนาคต

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก krungsri

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

สไตล์การลงทุน คุณเป็นแบบไหน

ใช้เงินอย่างฉลาด ในช่วงวิกฤตโควิด

นักลงทุนมือใหม่...ต้องเริ่มอย่างไร

Created : 29-04-2020


บทความที่น่าสนใจ

ร้านค้าออนไลน์ ต้องเสียภาษีอะไรบ้าง

ตลาด Forex ไม่เหมือนตลาดหุ้น