บทความ - วางแผนภาษีอย่างไรให้มั่นคง


วางแผนภาษีอย่างไรให้มั่นคง
Share :

วางแผนภาษีอย่างไรให้มั่นคง



     “ภาษี” แค่ได้ยินคำนี้หลายคนก็ทำหน้าเบ้ ไม่อยากได้ยินซะแล้ว หลายคนอาจบอกว่าเรื่องภาษีง่ายยิ่งกว่าปอกกล้วยเข้าปาก เพราะฝ่ายบุคคลคิดคำนวณภาษีแบบเบ็ดเสร็จมาให้ บริษัทไหนๆ เค้าก็ทำให้แบบนี้กันทั้งนั้น แต่จริง ๆ ก็ยุ่งยากพอสมควรเลยกว่าจะผ่านปัญหาเหล่านี้ได้

 

     หลายคนแอบคิดในใจ... จะเสียเวลาไปทำไม จะทำวิธีไหน ก็ไม่ช่วยให้ประหยัดขึ้นมาได้สักกี่บาทหรอก หรือบางทีอาจจะคิดว่า... วางแผนภาษีก็เท่ากับโกงชาติ หาเรื่องเข้าคุกเข้าตารางเชียวนา อย่าเพิ่งตีตนไปก่อนไข้ เราไม่ได้แนะนำให้คุณโกงภาษีหรือหนีภาษี แต่ให้รู้จักวางแผนภาษีอย่างถูกวิธีและถูกต้องตามกฎหมายต่างหาก

 

     คำว่า “การวางแผนภาษี” คือ การเตรียมการเพื่อเสียภาษีให้ถูกต้อง ครบถ้วน ในฐานะพลเมืองดีและใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีต่างๆ ที่กฎหมายกำหนดไว้ไปใช้ลดหย่อนภาษีเงินได้ประจำปี เพื่อบรรเทาภาระภาษีให้น้อยลง ไม่ต้องเสียภาษีมากจนเกินไป รวมถึงไม่ต้องชำระภาษีเพิ่มหรือเสียเบี้ยปรับโดยใช่เหตุ

 

     เมื่อเสียภาษีอย่างถูกต้อง ไม่ขาดไม่เกิน ก็เท่ากับว่าช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการเสียภาษีได้ส่วนหนึ่ง และยิ่งถ้าคุณวางแผนภาษีเป็นอย่างดี ตัวเงินที่ประหยัดขึ้นมา ขี้คร้านจะทำให้คุณตาโต เพราะได้เงินคืนภาษีจำนวนไม่น้อย ซึ่งภาษีที่ได้กลับมานี้เราอาจนำไปต่อยอดให้ออกดอกออกผลสร้างเงินกลับมาให้เราได้

 

     ดังนั้น การวางแผนภาษีที่ดีจึงควรเริ่มต้นจากการทำความเข้าใจในรายละเอียดเกี่ยวกับภาษีเงินได้ที่เราจะต้องเสีย และรู้จักใช้ประโยชน์จากสิทธิประโยชน์ทางภาษีให้คุ้มค่า โดยหลักในการวางแผนภาษี คือ รู้ประเภทของรายได้ รู้ค่าใช้จ่ายที่หักภาษีได้ รู้ค่าลดหย่อนเพื่อลดภาษี รวมถึงรู้วิธีการคำนวณภาษี และรู้ช่องทางการยื่นภาษี

 

     เริ่มที่ “รายได้” เพราะการที่เราต้องเสียภาษีก็เนื่องมาจากการมีรายได้เป็นเหตุ ซึ่งในวิถีชีวิตของคนเสียภาษีส่วนใหญ่มาจากการเป็นมนุษย์เงินเดือนหรือเป็นลูกจ้างขององค์กรต่างๆ เป็นหลัก การจัดการกับภาษีเงินได้ที่ได้จากเงินเดือนหรือค่าจ้างจึงไม่ยากเย็นนัก ดูเผินๆ เหมือนว่ารับเงินประเภทไหนก็เหมือนๆ กันแหละ ยังไงก็ได้เงินมาเหมือนกัน!!! บอกได้เต็มปากเต็มคำเลยว่าไม่เหมือนกันแน่นอน และถ้าคุณตัดสินใจผิดพลาดไป คุณอาจต้องเสียใจกับเงินหลายหมื่นหลายพันที่หายวับไปกับตา

 

     ก็เพราะว่า รายได้แต่ละประเภทจะหัก “ค่าใช้จ่าย” ได้ไม่เท่ากัน ตัวอย่างเช่น รายได้ที่เป็นเงินเดือน กฎหมายให้หักค่าใช้จ่ายได้ 50% ของรายได้ แต่ไม่เกิน 100,000 บาท ในขณะที่รายได้จากอาชีพบางอย่างสามารถหักค่าใช้จ่ายได้ค่อนข้างสูงเลยทีเดียว เช่น ขายของชำ ซักอบรีด ร้านอาหาร หรือร้านตัดผม สามารถเลือกหักค่าใช้จ่ายเหมา 60% ของรายได้ทั้งปี หรือเลือกหักค่าใช้จ่ายตามจริงก็ได้

 

     นี่คือสิทธิประโยชน์จากการหักค่าใช้จ่ายที่กฎหมายได้เปิดกว้างไว้ให้ ซึ่งนอกจากค่าใช้จ่ายแล้ว ยังมีอีกสิทธิประโยชน์หนึ่งที่เราไม่ควรละเลย นั่นก็คือ การนำเอา “ค่าลดหย่อน” ต่างๆ มาหักออกจากรายได้ ค่าลดหย่อนเหล่านี้จะเป็นอีกส่วนหนึ่งที่จะช่วยให้ตัวเลขรายได้จริงลดลงและเสียภาษีน้อยลง

 

     การวางแผนภาษีที่ดีและใส่ใจรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ จะทำให้คุณประหยัดภาษีได้อย่างมาก ไม่ว่าจะรายได้ ค่าใช้จ่าย หรือเงินออมเงินลงทุนใดๆ หากคิดย้อนกลับมาถึงเรื่องภาษีได้ ก็อย่าละเลยที่จะกลับมาไตร่ตรองให้ดีก่อนว่าจะทำอย่างไรให้ประหยัดภาษีได้มากที่สุด

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก set

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

สไตล์การลงทุน คุณเป็นแบบไหน

ฟรีแลนซ์ยื่นภาษียังไง

ใช้เงินอย่างฉลาด ในช่วงวิกฤตโควิด

Created : 17-04-2020


บทความที่น่าสนใจ

วางแผนการเงินอย่างไรให้ยั่งยืนในอนาคต

ข้อห้ามในการเทรด Forex มือใหม่