บทความ - ร้านค้าออนไลน์ ต้องเสียภาษีอะไรบ้าง


ร้านค้าออนไลน์ ต้องเสียภาษีอะไรบ้าง
Share :

ร้านค้าออนไลน์ ต้องเสียภาษีอะไรบ้าง



ขึ้นชื่อว่าร้านขายของ เกือบทุกร้านต้องมีการเก็บภาษีทุกร้าน แล้วขายของออนไลน์ ต้องเสียภาษีไหม แน่นอนว่าต้องเสียเช่นกัน แล้วจะมีวิธีเสียภาษีอย่างไร และภาษีอะไรบ้างที่ต้องเสีย สามารถติดตามได้จากบทความนี้

 

     สิ่งแรก ที่ต้องตอบให้ได้ก่อน ว่าขายของออนไลน์ที่เราทำอยู่ เราขายอะไร เพราะมันมีมากมายหลากหลายให้เลือกสรร ถ้าเราตอบได้ว่าขายอะไร มันก็จะง่ายขึ้น เพราะหลักการคำนวณภาษีบางตัว ก็จะแตกต่างกันไป แต่หลักการคือภาษีหลักๆ สำหรับคนขายของออนไลน์ มีอยู่ 2 ตัว คือ ภาษีเงินได้ กับ ภาษีมูลค่าเพิ่ม

 

     ภาษีเงินได้ เสียตามรูปแบบของธุรกิจ นั่นคือ เราเป็นบุคคลธรรมดาที่ขายของออนไลน์ ก็เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา แต่ถ้าเราเป็นนิติบุคคล จดทะเบียนบริษัทห้างหุ้นส่วนเรียบร้อย อันนี้ก็จะเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล

 

     ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา จะมีวิธีการคำนวณ 2 วิธี คือ วิธีแรก ( เงินได้ - ค่าใช้จ่าย - ค่าลดหย่อน ) x อัตราภาษี และ วิธีที่สอง คือ เงินได้ x 0.5% วิธีนี้คิดเป็นภาษีเลย โดยจะใช้วิธีนี้เมื่อตัวเรามีรายได้เกิน 1 ล้านบาทต่อปี หลังจากนั้นค่อยเลือกเสียภาษีตามวิธีที่คำนวณได้มากกว่า ยกตัวอย่างเช่น ถ้ามีรายได้จากการขายของออนไลน์ 1 ล้านบาท คำนวณภาษีตามวิธีที่ 2 ก่อนเลย นั่นคือ เอา 1,000,000 x 0.5%  = 5,000 บาท เก็บตัวเลขนี้ไว้ในใจ แล้วไปต่อด้วยการคำนวณภาษีตามวิธีที่ 1 ต่อ

 

     วิธีที่ 1 เราก็เอารายได้ 1,000,000 บาททีว่า มาหักค่าใช้จ่าย ซึ่ง ค่าใช้จ่ายโดยปกติขายของออนไลน์ทั่วไป ซื้อมาขายไปธรรมดา ส่วนใหญ่จะเลือกหักได้ 2 แบบ คือ เหมาไปเลย 60% กับ หักค่าใช้จ่ายจริง เลือกเอาว่าอันไหนมากกว่า คุ้มกว่า และเหมาะกับเรา เราก็ต้องมาคิดว่าถ้าเลือกหักเหมา 60% ของรายได้ 1,000,000 บาท ก็จะได้ค่าใช้จ่าย 600,000 บาท ถ้าหากคิดว่าค่าใช้จ่ายจริงมันมากกว่า 600,000 บาท ( เช่น 900,000 บาท ) แล้วคิดว่าคุ้มค่ากว่าก็ใช้ค่าใช้จ่ายจริงก็ได้

 

     มาที่ค่าลดหย่อนกันบ้าง โดยปกติถ้าไม่มีค่าลดหย่อนอะไรเลยเราก็จะมีค่าลดหย่อนส่วนตัว 60,000 บาท สมมติว่าเลือกหักเหมา เราจะได้เงินได้สุทธิออกมาจำนวน 1,000,000 - 600,000 - 60,000  = 340,000 บาท ก็เอาตัวนี้มาเทียบในหน้าตารางอัตราภาษีด้านล่างนี้ จะได้ภาษีที่ต้องเสียออกมาจำนวน 11,500 บาท ( 7,500 + 4,000 ) เมื่อเทียบกับ 5,000 บาทที่ได้ตามวิธีที่ 2 เราก็จะเสียภาษีตามวิธีที่คำนวณได้มากกว่านั่นเอง

 

     แต่ถ้าคุณจดทะเบียนนิติบุคคลเป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วน อันนี้คุณจะเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล ซึ่งคุณต้องมีนักบัญชี มีผู้สอบบัญชี มีทำงบการเงิน ส่งให้สรรพากร กรมพัฒนาธุรกิจการค้า โดยจะคำนวณภาษีจาก กำไรสุทธิ ซึ่งเอาเป็นว่าถ้าเป็นรูปแบบนี้ คุณจะต้องมีบัญชีจัดการให้ และศึกษาเรื่องภาษีธุรกิจเพิ่มเติมเข้าไป

 

     ส่วนเรื่อง ภาษีมูลค่าเพิ่ม นั้น จะดูที่รายได้ของเรา ถ้าเรามีรายได้ ( ก่อนหักค่าใช้จ่าย ) เกิน 1.8 ล้านบาท ต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มหรือ VAT แล้ว โดยเสีย 7% จากยอดรายได้นี่แหละ ซึ่งหลักการสำคัญ ก็คือ ถ้ายอดขายเกิน 1.8 ล้านบาท เมื่อไหร่ ต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มภายใน 30 วัน หลังจากนั้น ก็ต้องไปศึกษาเพิ่มเติมกันต่อ

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก aommoney

 

อ่านบทความอื่นเพิ่มเติม

- ทำไมเราต้องเสีย ภาษี

- เรื่องภาษีน่ารู้ ของคนทำธุรกิจ E-Commerce

Created : 09-04-2020


บทความที่น่าสนใจ

สไตล์การลงทุน คุณเป็นแบบไหน

วางแผนภาษีอย่างไรให้มั่นคง